เด็กชายปิยมิตร ท้วมศรี

ติดตามเรื่องราวของผมได้ที่นี่

คำขวัญจังหวัดที่ 77 ของไทย….

จังหวัดบึงกาฬ

คำขวัญจังหวัดบึงกาฬ(บก.)
“สองนางศาลศักดิ์สิทธ์ อิทธิฤทธิ์หลวงพ่อใหญ่ แหล่งน้ำใสหนองกุดทิง สุดใหญ่ยิ่งแข่งเรือยาว หาดทรายขาวเป็นสง่า น่าทัศนาแก่งอาฮง

งามน้ำโขงที่บึงกาฬ สุขสำราญที่ได้ยล “

จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดที่มีการร้องขอให้จัดตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2537 และผ่านมติเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553 โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อนำทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป โดยจะต้องออกเป็นพระราชบัญญัติการจัดตั้งจึงจะมีผลโดยสมบูรณ์

การร้องขอจัดตั้งถูกขอตามข้อเสนอของนายสุเมธ พรมพันห่าว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเสรีธรรม จังหวัดหนองคาย โดยแยกพื้นที่อำเภอบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอโซ่พิสัย อำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา อำเภอบึงโขงหลงอำเภอศรีวิไล และอำเภอบุ่งคล้า ออกจากจังหวัดหนองคาย

จังหวัดบึงกาฬที่เสนอให้จัดตั้งมีพื้นที่ทั้งหมด 4,305 ตร.กม.  จากการสำรวจความเห็นของประชาชน จำนวน 366,903 คน ปรากฏว่าประชาชนเห็นด้วยกับการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ ร้อยละ 98.83 หากมีการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ จะมีประชากรประมาณ 390,000 คน ประกอบด้วย 8 อำเภอ

สภาพทั่วไป

ปัจจุบันบึงกาฬเป็นอำเภอที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง มีน้ำตก มีภูเขา เป็นอำเภอที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกับแม่น้ำโขงและแขวงบริคำไชย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

กระบวนการพิจารณา

เมื่อปี พ.ศ. 2537 กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งผลการพิจารณาว่ายังไม่มีแผนที่จะยกฐานะอำเภอบึงกาฬขึ้นเป็นจังหวัด เพราะการจัดตั้งจังหวัดใหม่เป็นการเพิ่มภาระด้านงบประมาณ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังคนภาครัฐซึ่งขัดมติคณะรัฐมนตรี

ต่อมาในปี พ.ศ. 2553 กระทรวงมหาดไทย ได้นำเรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ  ต่อมาในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 สิงหาคม กระทรวงมหาดไทย เสนอผลการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตั้งจังหวัดบึงกาฬ ที่ให้แบ่ง 7 อำเภอ ทั้ง อำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล ออกมาจากจังหวัดหนองคาย เพื่อตั้งเป็นจังหวัดบึงกาฬ นั้น ล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตั้ง จังหวัดบึงกาฬ เป็น จังหวัดที่ 77 แล้ว โดยมีเหตุผลในการตั้ง จังหวัดที่ 77 ดังนี้


– จังหวัดบึงกาฬ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ในเรื่อง อำเภอ จำนวนประชากร และลักษณะพิเศษของจังหวัด อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อการให้บริการแก่ประชาชน

– เนื้อที่และสภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดหนองคาย ก่อนแยกออกมาเป็นจังหวัดบึงกาฬนั้น เป็นพื้นที่แนวยาวทอดตามลำน้ำโขง มีเส้นทางคมนาคมจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออกเป็นระยะทาง 350 กิโลเมตร จึงส่งผลต่อการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนได้ง่าย

– จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ตั้งขึ้นใหม่ ก็มีเนื้อที่น้อยกว่าหลักเกณฑ์มติคณะรัฐมนตรีเช่นกัน

– นอกจากนี้ จังหวัดบึงกาฬ ไม่ใช่หน่วยงานที่ดำเนินกิจการบริการสาธารณะ ซ้ำซ้อนกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงไม่กระทบต่อแนวทางการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่อย่างใด

– ส่วนเรื่องบุคลากร ที่มีอยู่จำนวน 439 อัตรา ก็สามารถกระจายกันภายในส่วนราชการได้ จึงไม่เป็นผลกระทบและภาระต่องบประมาณของประเทศมากนัก

สำหรับบึงกาฬเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดหนองคาย และห่างจากตัวจังหวัดไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 136 กิโลเมตร มีเขตพื้นที่ติดต่อกับแม่น้ำโขง และแขวงบริคำไชย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีการแบ่งการปกครองออกเป็น  2 ส่วน ได้แก่ การปกครองส่วนภูมิภาคและการปกครองส่วนท้องถิ่น

ทั้งนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2537 นายสุเมธ พรมพันห่าว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีธรรม จังหวัดหนองคาย ได้ทำเรื่องขอให้มีการตั้ง บึงกาฬ เป็น จังหวัดที่ 77 ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้มีการพิจารณาว่า ยังไม่มีแผนที่จะยกฐานะอำเภอบึงกาฬขึ้นเป็น จังหวัดที่ 77 เพราะการจัดตั้ง จังหวัดที่ 77 เป็นการเพิ่มภาระด้านงบประมาณ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังคนภาครัฐซึ่งขัดมติคณะรัฐมนตรี

ต่อมาในปี พ.ศ.2553 กระทรวงมหาดไทยได้นำเรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง และล่าสุดคณะรัฐมนตรีก็มีมติให้ทำการจัดตั้ง จังหวัดบึงกาฬ เป็น จังหวัดที่ 77 ของไทย

สำหรับ อ.บึงกาฬ เป็นอำเภอหนึ่งของ จังหวัด หนองคาย

ประวัติ อ.บึงกาฬ หรือ ว่าที่ จังหวัดบึงกาฬ

อำเภอบึงกาฬ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดหนองคาย มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง มีน้ำตก มีภูเขา เป็นอำเภอที่มีเขตพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขง และอีกฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขงจะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว) มีการคมนาคมสะดวก

ประวัติ

เดิมอำเภอบึงกาฬมีชื่อเดิมว่า ไชยบุรีซึ่งขึ้นกับจังหวัดนครพนม จนกระทั่งปี พ.ศ. 2460 ได้ถูกโอนย้ายให้ขึ้นต่อจังหวัดหนองคาย และถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บึงกาฬ ในปี พ.ศ. 2482

ต่อมา ในปี พ.ศ. 2537 ได้มีการร้องขอให้จัดตั้งเป็นจังหวัดบึงกาฬ ตามข้อเสนอของนายสุเมธ พรมพันห่าว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีธรรม จังหวัดหนองคาย โดยแยกพื้นที่อำเภอบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอโซ่พิสัย อำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา อำเภอบึงโขงหลง อำเภอศรีวิไล และอำเภอบุ่งคล้า ออกจากจังหวัดหนองคาย แต่กระทรวงมหาดไทย ยังไม่มีแผนที่จะยกฐานะอำเภอบึงกาฬขึ้นเป็นจังหวัด เพราะการจัดตั้งจังหวัดใหม่เป็นการเพิ่มภาระด้านงบประมาณ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังคนภาครัฐซึ่งขัดมติคณะรัฐมนตรี

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2553 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ส.ส.สัดส่วน พรรคกิจสังคมได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อนายกรัฐมนตรี เรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ และทางกระทรวงมหาดไทยเห็นด้วย กำลังอยู่ในกระบวนการนำเข้าเสนอต่อที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนส่งเรื่องเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอเป็นกฎหมายพ.ร.บ.จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ ต่อไป

ต่อมาในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ

ที่ตั้งและอาณาเขต

อำเภอบึงกาฬมีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับแขวงบอลิคำไซ (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว)
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบุ่งคล้า
  • ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเซกา อำเภอศรีวิไล อำเภอพรเจริญ และอำเภอโซ่พิสัย
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอปากคาด

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอบึงกาฬแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 12 ตำบล 131 หมู่บ้าน ได้แก่

1. บึงกาฬ (Bueng Kan) 11 หมู่บ้าน 7. นาสวรรค์ (Na Sawan) 9 หมู่บ้าน
2. โนนสมบูรณ์ (Non Sombun) 13 หมู่บ้าน 8. ไคสี (Khai Si) 10 หมู่บ้าน
3. หนองเข็ง (Nong Kheng) 11 หมู่บ้าน 9. ชัยพร (Chaiyaphon) 13 หมู่บ้าน
4. หอคำ (Ho Kham) 14 หมู่บ้าน 10. วิศิษฐ์ (Wisit) 13 หมู่บ้าน
5. หนองเลิง (Nong Loeng) 13 หมู่บ้าน 11. คำนาดี (Kham Na Di) 8 หมู่บ้าน
6. โคกก่อง (Khok Kong) 9 หมู่บ้าน 12. โป่งเปือย (Pong Pueai) 7 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอบึงกาฬประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 13 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลบึงกาฬ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลบึงกาฬและบางส่วนของตำบลวิศิษฐ์
  • เทศบาลตำบลวิศิษฐ์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลวิศิษฐ์ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลบึงกาฬ)
  • เทศบาลตำบลหนองเข็ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองเข็งทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลหอคำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหอคำทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลโคกก่อง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกก่องทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลไคสี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลไคสีทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบึงกาฬ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบึงกาฬ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลบึงกาฬ)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโนนสมบูรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโนนสมบูรณ์ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเลิง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองเลิงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลนาสวรรค์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาสวรรค์ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลชัยพร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลชัยพรทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลคำนาดี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคำนาดีทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งเปือย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโป่งเปือยทั้งตำบล

ข้อมูลจาก
http://th.wikipedia.org/
http://hilight.kapook.com/view/50972
รวบรวมโดย www.konmun.com


Advertisements
5 ความเห็น »

สทศ.จะโดยยุบแล้ว….ด่วนนนนน

หนุนยุบ”สทศ.”อยู่ไปก็ไร้ค่า ศธ.ไม่เคยนำผลใช้ประโยชน์ (ไทยโพสต์)


“สมพงษ์” คิดเหมือน “อุทุมพร” หนุนยุบ “สทศ.” ชี้ไม่เอาผลสอบไปใช้ อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ ทั้งที่ใช้งบมหาศาล ยุบสิ้นเรื่องสิ้นราว

นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) กล่าวถึงกรณีที่นางอุทุมพร จามรมาน รักษาการผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) วิพากษ์วิจารณ์ว่า สถานศึกษาไม่ได้นำผลการทดสอบของ สทศ.ไปใช้พัฒนาการเรียนการสอน ทำให้ไม่เกิดประโยชน์ต่อวงการศึกษาไทย และควรยุบ สทศ.ทิ้ง ว่า ถือเป็นการเปิดประเด็นที่ท้าทายสังคม ซึ่งตนสนับสนุนแนวคิดของนางอุทุมพร เพราะที่ผ่านมาสถานศึกษานำผลการทดสอบนำไปใช้ปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเพียงแค่ร้อยละ 20 และส่วนใหญ่เป็นสถานศึกษาเอกชนที่นำไปใช้จึงไม่เกิดประโยชน์ต่อคุณภาพการศึกษาภาพรวมของประเทศ

นายสมพงษ์กล่าวอีกว่า อีกทั้งการทดสอบ การวัดผลประเมินผล และระบบการประกันคุณภาพที่ผ่านมาก็ไม่สอดคล้องกัน ต่างคนต่างทำ และการทดสอบก็ไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมการเรียนการสอนในสถานศึกษาด้วย ตนคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องร่วมคิดว่าจะทำอย่างไรกับองค์การมหาชนเหล่านั้น เพราะประเทศลงทุนเงินเป็นจำนวนมากกับ สทศ. และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) แต่หากไม่ได้นำผลมาใช้ก็ไม่เกิดประโยชน์ ควรต้องยุบทิ้ง จึงถึงเวลาที่ฝ่ายนักการเมืองต้องกล้าตัดสินใจไม่ใช่ลูบหน้าปะจมูกอีก

“ผลการทดสอบทั้งจากหน่วยทดสอบในประเทศและต่างประเทศตรงกันว่าคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยอยู่ในขั้นวิกฤติมาก โดยต่ำกว่าค่าคะแนนเฉลี่ยมาตรฐานร้อยละ 50 ถ้ารัฐบาลยังต้วมเตี้ยมไม่เร่งปรับปรุงคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะหากนักเรียนนักศึกษาไทยยังสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ เมื่อเราเปิดสังคมอาเซียนแล้ว แรงงานไทยจะไร้พื้นที่ยืนในไทย เพราะแรงงานทุกระดับจากในภูมิภาคอาเซียน จะเคลื่อนย้ายเข้ามาทำในไทย ขณะที่เด็กอาชีวะและอุดมศึกษาที่จบออกมาจะไม่มีงานทำ”นายสมพงษ์กล่าว.

อ่านต่อ :http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1977725#ixzz15AHZhJdy

เครดิตhttp://education.kapook.com/view18587.html

2 ความเห็น »

มาแล้ว…การประกาศผล 100 อันดับโรงเรียนที่ดีที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2553

ผลการจัด อันดับโรงเรียนที่เก่งที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2553

โดยพิจารณาจาก โอลิมปิกวิชาการ O-net โควตา รับตรง admission แพทย์ กสพททุนรัฐบาล ทุน กพ ทุน พสวท. และ อื่นๆ

 

1. โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

2. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

3. โรงเรียนบดิทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)

4. โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

5. โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จ.สงขลา

6. โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย

7. โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จ.ลำปาง

8. โรงเรียนสตรีวิทยา

9. โรง เรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่

10.โรงเรียนเซนต์คาเบรียล

11.โรงเรียน อุดรพิทยานุกูล จ.อุดรธานี

12.โรงเรียนอัสสัมชัญ

13.โรงเรียนสาธิต มศว.ปทุมวัน

14.โรงเรียน สาธิต ม.เชียงใหม่

15.โรงเรียน เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ

16. โรงเรียน สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

17.โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่

18.โรงเรียน เบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช

19.โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงใหม่

20.โรงเรียน เทพศิรินทร์

21.โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จ.เชียงราย

22.โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จ.อุบลราชธานี

23.โรงเรียนนครสรรค์

24.โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จ.ลพบุรี

25.โรงเรียนสตรี วิทยา 2

26.โรงเรียน สาธิต ม.ขอนแก่น

27.โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จ.ตรัง

28.โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จ.ขอนแก่น

29. โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

30.โรงเรียนพิริยาลัย จ.แพร่

31.โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว

32.โรงเรียน สุราษฎร์ธานี

33.โรงเรียนพรหมานุสรณ์ จ.เพรชบุรี

34.โรงเรียน ภูเก็ตวิทยาลัย

35.โรงเรียน โยธินบูรณะ

36.โรงเรียน สาธิต ม.สงขลานครินทร์ จ.ปัตตานี

37.โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

38.โรงเรียนสวนกุหลาบ วิทยาลัย จ.นนทบุรี

39.โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.ราชบุรี

40.โรงเรียนหอวัง

41.โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จ.ขอนแก่น

42.โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ

43. โรงเรียนจักรคำคณาทร จ.ลำพูน

44.โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา

45. โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์

46.โรง เรียนสุรนารีวิทยา จ.นครราชสีมา

47.โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จ.ยะลา

48.โรงเรียน ศึกษานารี

49.โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จ.พิษณุโลก

50.โรงเรียนสาธิต มศว.ประสานมิตร

51.โรงเรียนสตรีศรีน่าน จ.น่าน

52.โรงเรียนร้อยเอ็ด วิทยาลัย จ.ร้อยเอ็ด

53.โรงเรียนนารี รัตน์ จ.แพร่

54.โรงเรียน สิรินธร จ.สุรินทร์

55.โรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา

56.โรงเรียน บุรีรัมย์พิทยาคม จ.บุรีรัมย์

57.โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จ.สตูล

58.โรงเรียน บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี 2 )

59.โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย

60.โรงเรียนดาราวิทยาลัย จ.เชียงใหม่

61.โรงเรียนลำปางกัลยาณี จ.ลำปาง

62.โรงเรียน สระบุรีวิทยาคม

63.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า

64.โรงเรียน ระยองวิทยาคม

65.โรงเรียน ชลราษฎร์อำรุง

66.โรงเรียน พัทลุง

67.โรงเรียนพิษณุโลกวิทยาคม

68.โรงเรียน เซนต์โยแซฟคอนแวนต์

69.โรงเรียนบูรณะรำลึก จ.ตรัง

70.โรงเรียน สุรศักดิ์มนตรี

71.โรงเรียน กำแพงเพชรพิทยาคม

72.โรงเรียนทวีธาภิเศก

73.โรงเรียนสาธิต ม.ราชภัฎนครปฐม

74.โรงเรียนจุฬา ภรณ์ราชวิทยาลัย จ.มุกดาหาร

75.โรงเรียนมารี ย์วิทยา จ.นครราชสีมา

76.โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล

77.โรงเรียนสารคามวิทยาคม จ.มหาสารคาม

78.โรงเรียน สายน้ำผึ้ง

79.โรงเรียนเบญจมราชาลัย

80.โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย

81.โรงเรียนทวีธาภิเษก

82.โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช จ.นครศรีรรมราช

83.โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.จันทบุรี

84.โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม

85.โรงเรียนชลกันยานุกูล โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย

86.โรงเรียน เบญจมราชรังสฤษฎิ์

87.โรงเรียนสาธิต ม.ราชภัฎพระนครศรีอยุธยา

88.โรงเรียน เบญจมเทพอุทิศ จ.เพชรบุรี

89.โรงเรียน วิสุทธังษี จ.กาญจนบุรี

90.โรงเรียน นวมินทราชูทิศ หอวัง นนทบุรี

91.โรงเรียนสุรวิทยาคาร จ.สุรินทร์

92.โรงเรียนสตรีราชินูทิศ จ.อุดรธานี (โรงเรียนบ้านใกล้ เรือนเคียง โรงเรียนหญิงล้วนอีกต่างหาก)

93.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช

94.โรงเรียนศรียาภัย จ.ชุมพร

95.โรงเรียนสาธิต(พิบูลบำเพ็ญ) ม.บูรพา

96.โรงเรียนสตรีสมุทรปราการ

97.โรง เรียนอัสสัมชัญธนบุรี

98.โรงเรียนวัดสุทธิวราราม

99.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต

100.โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย

credit : กระทรวงศึกษาธิการ

ที่มา:http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1890374#ixzz14W1lYSgm

8 ความเห็น »